NS-TRAFFIC ศูนย์จำหน่าย ไฟกระพริบโซล่าเซลล์และป้ายจราจร ผลิตในประเทศไทย
Tel 02-9657599 , 099-3202012 (จ.-ศ. 8.30-17.30)

ไฟกระพริบโซล่าเซลล์ เกรดธรรมดา VS เกรดพรีเมี่ยม ต่างยังไง?

     วันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องของไฟกระพริบโซล่าเซลล์ ว่าความแตกต่างระหว่างเกรดธรรมดาที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป กับไฟกระพริบโซล่าเซลล์แบบที่มีเกรดขึ้นมาในอีกระดับหนึ่งคือแบบพรีเมี่ยมที่ใช้วัสดุการทำไฟกระพริบโซล่าเซลล์ค่อนข้างดี มันจะใช้งานได้ดี และยาวนานกว่าทั่วๆไปที่ขายตามท้องตลาดครับ เดี๋ยวเรามาดูกัน ว่าวัสดุหรือของที่ใช้ทำไฟกระพริบโซล่าเซลล์เนี่ยมันมีอะไรบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร

1. แผงโซล่าเซลล์
     ตัวแผงโซล่าเซลล์เนี่ย บางทีก็อาจจะเลือกใช้โดยยึดจากแบรนด์เป็นหลัก เพื่อความมั่นใจในมาตรฐานของแบรนด์นั้นๆว่าแต่ละรุ่น แต่ละแบบขนาดมันจะไม่เท่ากัน และต้องดูการใช้งานด้วย ว่าเพียงพอต่อการผลิตพลังงานเพื่อใช้หรือไม่ และแผงโซล่าเซลล์แต่ละชนิดก็ยังผลิตพลังงานที่ต่างกัน เช่น แผงโซล่าเซลล์ ชนิดโพลี่คริสตัลไลน์ (Poly Crystalline) ก็จะมีราคาที่ถูกเมื่อเทียบกับแผงโซล่าเซลล์ ชนิดโมโนคริสตัลไลน์ (Mono Crystalline) ซึ่งมีราคาที่สูงกว่า และผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากกว่า หรือพูดง่ายๆว่า ของที่ใช้ได้ดีก็ย่อมมีราคาสูงเป็นธรรมดา และเขาก็ยังมีการแบ่งเกรดของแผงโซล่าเซลล์แต่ละเกรดเป็น tier1, tier2, tier3 บลาๆๆๆ (เดี๋ยวเรื่องเกรดของแผงโซล่าเซลล์เนี่ย เดี๋ยวไว้ผมจะมาให้ฟังอีกทีนะครับ)

2. หลอดไฟ (LED)
     หลอดแบบธรรมดาที่ตามท้องตลาดก็มีขายก็จะต่างจากของเกรดพรีเมี่ยมหน่อยคือ แสงที่ได้ค่อนข้างอ่อน ไม่เข้ม ความสว่างของเม็ดหลอดไฟก็ยังไม่ได้ ยิ่งมุมกระจายแสงยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ อาจจะแค่ดีในระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงกับดีเยี่ยม รวมไปถึงสีของแสงไฟที่ได้ มันก็จะผิดเพี้ยนไปจากสีที่มันควรจะเป็น ซึ่งของดีๆที่นำมาผลิตไฟกระพริบโซล่าเซลล์เนี่ย แสงและสีได้ สีแต่ละเม็ดหลอดจะเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนไปมากจากที่มันควรจะเป็น ถ้าสีเหลืองมันก็จะเหลืองที่เราดูรู้แต่ถ้าเป็นของธรรมดาทั่วๆไป มันจะไม่เหลืองอย่างที่ควรเป็น จะออกไปทางเหลืองอ่อนๆจางๆ สว่างแบบถี่ๆ แสงจะไม่เข้มเลยเมื่อเทียบกับตัวเกรดพรีเมี่ยม

3. จานหลอดไฟกระพริบ
     ตรงนี้ดูไม่ยากครับ มันคือความเรียบร้อยของงานนั่นเอง ซึ่งจานหลอดของไฟกระพริบโซล่าเซลล์ที่ทำมาดีๆเนี่ย มองแว๊บแรกเราก็รู้ครับว่างานที่ดี ละเอียด เป็นยังไง แต่ถ้าของที่เป็นเกรดธรรมดาลงมาหน่อยคือดูเนื้องานได้เลยครับ เปรียบเทียบกันได้ด้วยตาเปล่าเลยละ (เรามีภาพมาให้ชมเพื่อเปรียบเทียบความเรียบร้อยของงาน)

4. แบตเตอรี่
     ก็อย่างเช่นเรื่องของราคา ซึ่งราคาแต่ละยี่ห้อต่างกันอยู่แล้ว มีทั้งแบบธรรมดาๆที่ใช้ได้แต่ไม่ถึงกับดี กับเกรดดีขึ้นมาหน่อยแต่ใช้งานได้ดีและอายุการใช้งานนานกว่าทั่วๆไป รวมไปถึงเรื่องขนาดแบตเตอรี่ต่อให้ลูกใหญ่แค่ไหนถ้าไม่ดี ทำให้ใช้ไปแล้วไฟไม่พอ เดี๋ยวก็เสื่อมสภาพครับ ถ้าดีๆหน่อยก็มีหลากหลายขนาดและคุณภาพย่อมดีกว่าแน่นอน

5. BODY ของตัวไฟกระพริบโซล่าเซลล์
     วัสดุที่ใช้ๆกันก็จะเป็น เอบีเอส (Acrylonitrile Butadiene Styrene) และ โพลีคาร์บอเนต (Poly Carbonate) ซึ่งแต่ละแบบคุณสมบัติหรือการใช้งานก็จะต่างกัน (ไว้ผมจะมาพูดถึงสองตัวนี้วันหลังนะครับ) ดูได้จากสายตาเลย ดูไปรอบๆของตัวไฟกระพริบซึ่งจะเห็นได้ว่า ของเกรดธรรมดาที่ขายทั่วไปคุณภาพ รายละเอียดจะไม่ดีเท่ากับตัวพรีเมี่ยม ดูแล้วไม่เรียบร้อยตั้งแต่ภายนอกเลยครับ หรือวัสดุอาจจะแตกหักง่าย ตัวพลาสติกไม่ทนทาน หรือใช้ๆไปเลนส์หน้าเป็นฝ้า หรือกันน้ำไม่ได้ น้ำเข้า วงจรเสีย อะไรแบบนี้ครับ แน่นอนของดีของที่ใช้งานได้จริงและทนทานมันย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ก็ถือว่าสมกับราคาที่สูงหน่อย เพราะเขาใช้งานได้ดีและยาวนานกว่า ทนทานกว่า


สรุปนะครับ อุปกรณ์ที่ผมได้พูดมาเบื้องต้น เป็นการหยิบยกขึ้นมาให้ท่านได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างของเกรดธรรมดาที่มีขายทั่วๆไป ที่มาตรฐานอาจจะน้อยกว่าตัวพรีเมี่ยมไปนิด ใช้ๆไปแป๊ปเดียวก็อาจจะมีปัญหาซะและ หรือพูดง่ายๆว่าเกรดต่างกัน ถ้าของที่พรีเมี่ยมกว่ามันก็ย่อมที่จะดี ใช้งานทนทาน อายุการใช้งานนาน ไฟสว่าง ทำงานได้อย่างเสถียร ซึ่งการใช้งานก็เปรียบเทียบกันได้เหมือนงานราชการที่นำไปใช้ตามเขตชนบทกับเกรดที่เอาไว้เข้างานในตัวเมืองหลวงหรือบริษัทเอกชนต่างๆ ก็จะเลือกใช้แบบเกรดพรีเมี่ยมนั่นเอง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านแล้วละครับ ว่าจะเลือกใช้แบบไหน… ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้านะครับ บ๊ายยยยยยยย

ทีมงาน NS TRAFFIC

<< กลับไปหน้าบทความ